25 วิธีทำ SEO สำหรับมือใหม่ ขั้นพื้นฐาน ทำง่าย เข้าใจง่าย ฉบับ 2019

สวัสดีค่า ผู้อ่านที่น่ารักทุกคน วันนี้ปลาจะมาเล่าถึง วิธีทำ SEO สำหรับมือใหม่ กัน SEO นั้นย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google ได้ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีทราฟฟิกผู้เยี่ยมชมผ่านเข้ามาได้ทุกวันโดยไม่ต้องเสียเงิน ก่อนหน้านี้ปลาเคยเขียนถึงวิธีการทำ SEO โดยการใช้ปลั๊กอิน Yoast SEO ที่จะช่วยให้การทำ SEO นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ ไปตามอ่านเพิ่มเติมกันได้ที่นี่เลยค่ะ

คราวนี้เราจะมาเล่าต่อว่า หลักการทำ SEO นั้นมีปัจจัยเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง ข้อมูลที่ปลาได้ก็มาจากการไปลงเรียนเพิ่มเติมแล้วเห็นว่ามันมีประโยชน์กับคนที่อยากทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองมากๆ เลยเอามาแชร์กันค่ะ  สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้เรื่อง SEO ฉบับอัพเดทขอแนะนำให้อ่านอย่างละเอียดที่นี่เลยค่ะ

วิธีทำ SEO สำหรับมือใหม่ มีตามนี้มาดูกันเลยจ้า

ตัวอย่างสถิติคนที่เข้ามาในเว็บไซต์จากการทำ SEO

 

การปรับแต่ง Onsite โครงสร้างเนื้อหาในตัวเว็บ

1.ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไซต์ ยิ่งโหลดเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งเป็นผลดี

2.คนคลิกไปอ่านหน้าอื่นๆ บนเว็บต่อหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการวางตัวเนื้อหาที่เรามีว่าเราจะสามารถดึงดูดใจให้คนกดคลิกไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มได้หรือไม่

3.การทำหน้าเว็บไซต์ให้ User มีส่วนร่วม หรือมี Engagement จะช่วยเรื่อง SEO ได้มากขึ้น อย่างเช่น เว็บสินเชื่อที่มีช่องกรอกข้อมูล เพื่อให้ลูกค้าได้ประเมินจำนวนเงินกู้เบื้องต้น จากรายได้ที่มีอยู่ได้ เมื่อใส่ข้อมูลเสร็จก็แค่คลิกปุ่มคำนวณสินเชื่อ ก็จะทำให้ Google ให้คะแนนเว็บเพิ่มขึ้น

4.เว็บที่ดี เมื่อพิมพ์ชื่อเว็บโดยไม่ต้องใส่ .com แล้วนำไปเสิร์ช จะขึ้นแสดงผลแบบ Sitelink ที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือของเว็บเรานั่นเอง ดูตัวอย่างการสร้าง Sitelink ที่นี่เลยค่ะ

Site Link บนกูเกิล

5.นำคำ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรามาใช้ในการสร้างบทความ SEO ซึ่งวิธีการนี้ก็จะช่วยเวลาที่คนเสิร์ชหาข้อมูล ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องมีบทความที่มีประโยชน์จากเว็บไซต์ของเราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน

6.ตัวเว็บไซต์ต้องเป็น Mobile Friendly มีขนาดตัวหนังสือที่ชัดเจน อ่านง่ายไม่ต้องซูมเพื่ออ่าน ซึ่งถ้าเป็นเว็บไซต์ระบบเก่าก็อาจมีปัญหาเหล่านี้ได้ และในอนาคตก็จะมีผลกับการขึ้นอันดับบนหน้าแรกของ Google

7.การสร้าง User Experience ที่ดีให้กับลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา ให้เค้าชื่นชอบให้ได้ อย่างเช่น การทำเว็บไซต์ที่มีความสวยงาม วางข้อมูลเป็นระเบียบ อ่านง่าย ไม่อัดแน่นด้วยข้อมูลมากเกินไป จนลูกค้าไม่รู้ว่าจะเลือกกดปุ่มไหนดี และที่สำคัญลูกค้าจะต้องเจอสิ่งที่เค้าอยากได้ภายใน 3 คลิก จะยิ่งเป็นผลดีกับเว็บของเรา

8.การทำ SEO On Page ปกติบนหน้า page จะมีรูปภาพ และการจัดวางข้อมูลแบบสั้นๆ เพื่อให้ลูกค้าอ่านง่าย และสามารถดูข้อมูลตั้งแต่ส่วนแรกจนถึงส่วนล่างสุดได้ แต่การจะทำให้หน้านั้นติดอันดับบนกูเกิล สิ่งสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาคือ จำนวนตัวหนังสือที่แสดงถึงการให้ข้อมูลบนหน้านั้นๆ วิธีการที่จะทำให้หน้าเพจนั้นอ่านง่าย โดยที่ไม่ต้องมีตัวหนังสือเยอะๆ มารกในหน้านั้นมากก็คือ การใช้ Tab หรือใช้ According เพื่อซ่อนเนื้อหาแบบละเอียดเอาไว้ คนที่อยากอ่านเพิ่มก็แค่คลิก Dropdown เพื่ออ่านเนื้อหาด้านในและต้องไม่ลืมที่จะใส่คีย์เวิร์ด ลงไปในหน้านั้นด้วย

ตัวอย่างการใช้ Tab เพื่อซ่อนคำ

9.บทความที่ดีต้องมีคีย์เวิร์ดที่ทำให้คนเสิร์ชหาทุกวันให้ได้ บางบทความที่ดูตื่นเต้นหน่อย คนอาจจะเสิร์ชหาแค่ในช่วงเวลาหนึ่ง พอกระแสจางไป คำนั้นก็อาจจะมีคนเสิร์ชหาน้อยลง หรือไม่มีคนเสิร์ชเลยก็เป็นได้

10.การทำบทความ SEO หลักๆ แล้วทำเพื่อเก็บ Lead จากลูกค้า เพราะนอกจากการทำเพื่อให้คนเข้าเว็บไซต์มาอ่านบทความ มาเจอสินค้าและบริการจากเราแล้ว อีกด้านก็คือการเก็บจำนวนลูกค้าเอาไว้ ซึ่งทำได้ด้วยการฝัง Facebook Pixel ที่ตัวเว็บ เมื่อลูกค้าผ่านเข้ามาและออกไป เราก็ได้เก็บข้อมูลลูกค้าไว้แล้วว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน เมื่อถึงเวลาที่เรามีสินค้าเอาไว้ขาย เราก็สามารถยิงแอดไปหาลูกค้าเหล่านั้นโดยตรงได้เลย ซึ่งเค้าก็จะมีเปอร์เซ็นต์ในการซื้อสูงขึ้น เพราะเค้าคุ้นเคยและรู้จักเรามาก่อนแล้ว

11. Backlink ในปัจจุบันจำเป็นหรือไม่ คำตอบ ไม่จำเป็น ถึงจะไม่มีเลยก็สามารถขึ้นอันดับได้ ถ้าหากมี Backlink จากเว็บที่มีคุณภาพก็จะได้ทราฟฟิกที่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน อันจะนำมาซึ่ง Conversion Rate หรือยอดขายนั่นเอง

12.การจะแข่งขันกับคู่แข่งที่ใช้คีย์เวิร์ดทำบทความตัวเดียวกัน เราสามารถแข่งกันได้จาก Engagement User โดยดูที่ว่าใครสามารถทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมได้มากกว่ากัน เช่น ทำให้เกิดการคลิก มีการเลื่อนอ่านบทความตั้งแต่ต้นจนจบ หรือมีการกดไลค์กดแชร์ ก็จะทำให้อันดับของเว็บนั้นดีขึ้นและแซงหน้าคู่แข่งได้

13.รูปภาพประกอบบทความและตัวสินค้า ต้องมีขนาดไม่ใหญ่เกิน Frame Layout ที่มี เพื่อให้ภาพโหลดได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ขนาดไฟล์รูปก็ต้องเล็กกวาคู่แข่งให้ได้ เราสามารถเช็คขนาด Frame Layout ได้จากการคลิกขวา เลือกคำว่า Inspect แล้วดูที่ช่องสี่เหลี่ยมทางด้านขวา (ดูตามตำแหน่งกรอบสีแดง)

วิธีหาขนาด Frame Layout

การทำ Hero Content

14.ใส่คำคีย์เวิร์ดให้เป็น H1 อยู่บนๆ เพื่อให้กูเกิลสามารถจับคีย์เวิร์ด หรือคำที่เราจะเน้นได้ง่ายขึ้น

15.ทำลิ้งค์ออกไปข้างนอก ไปหาเว็บไซต์อื่นที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมโดยที่เว็บนั้นต้องไม่ใช่คู่แข่งของเรา

16.ทำ Call to Action ที่ช่วงต้นของบทความ เพื่อดึงความสนใจของลูกค้าให้เกิดการคลิก เป็นการสร้าง Engagement ไปด้วย

17.ถ้าตัวบทความมีจำนวนคำมากกว่า 1,000 คำขึ้นไป ให้ใส่สารบัญด้วย เพื่อให้ตัวบทความนั้นอ่านง่ายขึ้น ตัวอย่างบทความที่ใส่สารบัญ ทางนี้ค่ะ

18.ปรับข้อมูลในตัวบทความให้อัพเดทอยู่เสมอ จะใช้วิธีการเปลี่ยนวันที่ หรือเขียนข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปก็ได้ แต่ยังใช้ URL เดิมอยู่

ปรับข้อมูล SEO

ส่วนประกอบในด้านอื่นๆ

19.จดโดเมน ต่ออายุนานๆ เช่น 5 ปี เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และเป็นการบ่งบอกถึงอนาคตของตัวธุรกิจของเรา

20.ปรับ Speed Test ของตัวเว็บให้ได้ 70+ ถือว่าดี ทำเว็บให้โหลดได้เร็วก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเรื่องอันดับบนกูเกิล

21.วิธีหาคีย์เวิร์ด ให้ลองนึกคำที่เกี่ยวข้อง แล้วนำไปเสิร์ชหาบนกูเกิล จากนั้นก็ก็อปปี้คำที่เกี่ยวข้องที่แสดงผลอยู่ที่ด้านล่างมาเซฟเก็บไว้ จากนั้นก็เอาคีย์เวิร์ดมาแต่ง SEO Tiltle โดยใส่ให้อยู่ที่ส่วนหน้าสุด แล้วเอาคำที่เกี่ยวข้องมาขยายต่อให้ยาวขึ้น

22.เอาคำ Keyword หรือคำที่เกี่ยวข้องมาใส่ใน Alt Text ของภาพ เพราะกูเกิลไม่สามารถรู้ได้ว่าภาพนั้นคืออะไร

23.การนับคำของ Yoast  จะแตกต่างจากการนับคำบน Microsoft Word ซึ่งการจะทำให้ปลั๊กอิน Yoast ขึ้นไฟเขียว เราต้องทำบทความ  300 คำบน Yoast หรือเท่ากับ 1,000 คำบน Microsoft Word นั่นเอง

24.การทำ SEO ให้กับตัวสินค้า ให้ไปเน้นทำที่หน้า Categories หรือหน้าหมวดหมู่สินค้า โดยการใส่ข้อมูลรายละเอียดให้มากที่สุด ถ้าใส่ได้ถึง 1,000 คำก็ยิ่งดี

25.วิธีการที่จะทำให้หน้า Page ของเราเป็น Hero Content หรือเป็นหน้าหลักสำหรับการดึงดูดลูกค้าให้รู้จัก เชื่อใจ และซื้อสินค้าของเราให้ได้นั้น สามารถทำได้ด้วยการสร้างบทความที่มีเนื้อหาและคำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของเรา แล้วใส่ Call to action ส่งลิ้งค์มาที่หน้า Hero Content  ของเรา เพื่อเป็นการเพิ่มทราฟฟิคและเพิ่มคะแนนการติดอันดับบนหน้ากูเกิล ให้กับตัวคอนเท้นหลักนั้นๆ

สรุป

และนี่คือ 25 วิธีทำ SEO สำหรับมือใหม่ ขั้นพื้นฐาน ทำง่าย เข้าใจง่าย ฉบับ 2018 การทำ SEO ให้กับตัวเว็บไซต์ของเรานั้นมีอยู่หลายปัจจัยเลยทีเดียว สิ่งสำคัญคือการทำให้ตรงตามหลักการ ทำให้เยอะ และค่อยๆเก็บดีเทลในแต่ละคอนเท้นท์ไปเรื่อยๆ ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เราก็สามารถทำ SEO สร้างทราฟฟิกให้กับเว็บไซต์ของเราได้เพิ่มขึ้นในทุกวัน ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณา ช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทของเราได้อีก ยิ่งเรามีปริมาณทราฟฟิคเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน ก็จะนำมาซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้เรื่อง SEO ฉบับอัพเดทขอแนะนำให้อ่านอย่างละเอียดที่นี่เลยค่ะ  ปลาเคยไปลงเรียนแล้วได้ผลดีมากค่ะ คุ้มค่า คุ้มราคา บอกก่อนว่า คลาสเรียนสอนสดเต็มเร็วนะคะ ถ้าสนใจก็ต้องรีบกันหน่อย

 

สำหรับคนที่ยังไม่มีเว็บไซต์ของตัวเอง อยากสร้าง Digital Asset เพื่อเป็นสินทรัพย์ดิจิตอลให้กับอนาคต อย่ารอช้า มาทางนี้เลยค่ะ