เลือกสีให้แบรนด์ตัวเอง หรือ Personal Brand ให้ดูดี ไม่ซ้ำใคร

วิธีเลือกสีให้แบรนด์ตัวเอง

เลือกสีให้แบรนด์ตัวเอง หรือ Personal Brand นั้น เป็นเรื่องใหญ่อยู่ไม่น้อย เพราะสีเกี่ยวข้องกับความรู้สึก เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้คนจดจำแบรนด์ และยังช่วยในแง่ของมาร์เก็ตติ้งอีกด้วย ซึ่งในหลายๆครั้งเราก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนดี เอาล่ะ เรามาทำความเข้าใจเรื่องสีพร้อมกับวิธีเลือกใช้กันหน่อยดีกว่า ว่าแต่ละสีมีความหมาย ให้อารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้าง จะได้เลือกสีที่ใช่ให้ Personal Brand ของคุณดูดีกว่าใครๆ

เลือกสีให้แบรนด์ตัวเอง

ก่อนที่เราจะเลือกสีได้ เราต้องเข้าใจภาพรวมของแบรนด์เราก่อนนะคะ ทั้งสตอรี่ คุณลักษณะสำคัญของแบรนด์ กลุ่มลูกค้าที่เราสนใจจะเสนอขายสินค้าและบริการ ต้องทำรีเสิร์ชเรื่องข้อมูลมาให้เรียบร้อย ถึงจะไปต่อในขั้นตอนการเติมสีสันลงไปนะคะ เมื่อเรามีข้อมูลในมือเรียบร้อยแล้ว เราก็สรุปความและอารมณ์ของ Personal Brand ที่เราอยากจะสร้างแล้วนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกสีได้เลยค่ะ

เลือกสีให้แบรนด์ตัวเอง

ความหมาย อารมณ์ความรู้สึกของสี

  • สีม่วง เป็นตัวแทนความสร้างสรรค์ ความเป็นศิลปิน เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ สีม่วงเข้มนิยมใช้กับความหรูหรา ส่วนสีม่วงอ่อนใช้แสดงถึงความเป็นผู้หญิง
  • สีน้ำเงิน แสดงถึงความลุ่มลึก ความแข็งแรง มีเสนห์และมีสไตล์
  • สีฟ้า แสดงถึงความฉลาด ความปลอดภัย ความผ่อนคลายอารมณ์ เหมาะกับงานท่องเที่ยว สีฟ้าเราจะนึกถึงท้องฟ้า ทะเล
  • สีส้ม แสดงออกถึงพลังงานอันเต็มเปี่ยม ความสดใส ความสนุก ความกล้าหาญและวัยรุ่น
  • สีเหลือง ความสว่าง ความสุข ความตื่นเต้น จิตใจอันดีงาม เหมาะกับงานแนวเด็กๆ
  • สีชมพู แสดงออกถึงความเป็นผู้หญิง ความอ่อนโยน อ่อนไหวแต่ไม่อ่อนแอ เป็นสีที่ดูสดใสและสร้างความดึงดูดได้ดีทีเดียว
  • สีแดง พลังอำนาจ ความมุ่งมั่น ความมั่นใจ ความรัก ความหลงใหล
  • สีเขียว ธรรมชาติ ความบริสุทธิ์ ความสดชื่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะจะใช้กับงานออร์แกนิค งานที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ สุขภาพ
  • สีดำ แสดงถึงความคลาสสิค เรียบหรู และเป็นตัวแทนความแมนๆแบบผู้ชาย

ได้ทำความรู้จักเรื่องสีกันแล้ว คราวนี้เรามาเลือกกันดีกว่าว่าจะต้องใช้สีไหนอย่างไรกันบ้าง เพราะนอกจากจะมีสีหลัก เราก็ต้องมองหาสีรองที่จะช่วยให้งานเรามีความสมดุลและใช้งานได้หลากหลายมากขึ้นด้วย ซึ่งวิธีการก็ไม่ยากเลยค่ะ

  • เลือกสีหลัก Primary Color จากโทนสีด้านบน
  • เลือกคู่สีที่จะมาเป็น Secondary Color ให้มีความตัดกัน ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Plaradise เอง เราเลือกเป็นคู่สีฟ้ากับแดง สีหลักที่ใช้จะเป็นสีฟ้า เพราะตามธีมของแบรนด์ เราอยากให้มันดูชิล แล้วก็น่าใช้สำหรับคนวัยทำงานนะคะ ส่วนสีแดงจะใช้ให้เป็นปุ่มลิ้งไปหน้าต่างๆเพราะสีมันจัดจ้าน เรียกร้องความสนใจของคนที่เข้ามาหาให้คลิกรัวๆ ได้ดีมากค่ะ

Branding-Web-Layout

  • เลือกสีที่อ่อนลงมาหนึ่งสเต็ปจากสีหลัก เอาไว้ช่วยเบลนด์สีของทั้งงานให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน
  • สีกลางๆ หรือสีอ่อนอีกสองสี ที่จะนำมาใช้เป็นแบ็คกราวด์

ตอนนี้เราก็ได้สีที่จะใช้ครบทั้ง 5 สีแล้ว ก็สามารถนำไปใช้ต่อในเรื่องของแบรนด์เพิ่มเติมได้เลยค่ะ

ส่วนใครที่คิดไม่ออกว่าจะจับคู่สีอย่างไรดี มาที่นี่เลยค่ะ เรามีตัวอย่างสีให้เลือกใช้เพียบ

ไอเดียโทนสี-4
ตัวอย่างโทนสีจากบล็อก ไอเดียโทนสี

สร้างพาเลทสีด้วย coolers.co

สำหรับคนที่อยากจะสร้างโทนสีของคุณเองด้วยการใช้ Coolers.co ก็ดีไม่แพ้กันเลยค่ะ เว็บนี้ดีตรงที่เค้ามีพาเลทสีให้เลือกเยอะมาก ถ้าไม่ชอบก็แค่เคาะ Space Bar ไปเรื่อยๆสุ่มหาสีที่ชอบ เมื่อเจอพาเลทสีที่ถูกใจ เราสามารถก็อปปี้ Hex Code ที่เป็นรหัสสี 6 ตัว เอามาใส่ในงานเว็บไซท์ตัวแบรนด์ของเราได้เลยค่ะ

Coolors-Color-Palette
ตัวอย่าง Color Palette แนวหวานๆ

ทริคแนะนำ

  • ในขั้นตอนที่เราเลือกสีมาใช้ พยายามอย่าเลือกสีที่เป็นแม่สีตรงๆ แต่ให้เลือกสีที่มีความดรอปลงมา หรือกระเถิบไปทางสีด้านข้างนิดนึง เช่น แดงผสมส้ม ฟ้าผสมเขียว เพื่อให้สีที่เรานำมาใช้ไม่โดดจนเกินไป และจะช่วยให้งานดูดีขึ้น
  • เวลาเลือกใช้คู่สี ควรใช้ให้เป็นแบบ 70-30 หรือ 80-20 ในตัวงาน คือมีสีหลักที่ใช้มากกว่า และสีรองที่เป็นตัวเสริม จะทำให้ตัวงานมีความสมดุลที่ดีขึ้น

สรุป

การจะ เลือกสีให้แบรนด์ตัวเอง นั้น ควรมีข้อมูลมาจากการทำรีเสิร์ชเบื้องต้นก่อน ว่าเราจะทำในแง่ไหน สื่อสารกับใคร และนำมาเปรียบเทียบกับสีที่เราชอบใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และจะทำให้เรารู้สึกผูกพันธ์กับแบรนด์ตัวเองที่เราสร้างมากขึ้นนะคะ

นอกจากขั้นตอนการเลือกสีแล้วก็ยังมี เรื่องน่ารู้อื่นๆในการสร้างแบรนด์ด้วยนะคะ

 

สนใจสร้างแบรนด์ตัวเองให้โดดเด่นเป็นที่จดจำ ทางนี้ได้เลยค่ะ